โลก ไม่ใช่ของเรา

posted on 06 Jul 2008 22:11 by oonarakja

โลก ไม่ใช่ของเรา

นึกถึงเพลงพี่คุ่นปราบดา ขึ้นมา

ในโมงยามนี้

หลังจากที่พี่ช่างภาพคนนั้น

พยายามทำเหมือนว่าไม่มีไรเกิดขึ้น

ก็เหมือนสภาพจิตเราแย่ลงเรื่อยๆ

ไม่ได้เจ้าคิดเจ้าแค้น

แต่ก็ยังแอบเจ็บใจ เซ็ง กับคำพูดที่ไม่รักษาหัวใจกันเลยนั้น

เฮ้ออออออออออออออ

เซ็งเป็ด

ก็เลยพยายามค้นหากิจกรรมทำ

ไปม๊อบ

ม๊อบเหมือนชุมชนเล็กๆ ที่ทุกคนต่างมาจากต่างที่ต่างทาง

ทุกคนน่ารัก

ป้าๆ ลุงๆ มาเคาะขวด มาฟังเพลง

นายทำสำเร็จ นายทำให้พลังมวลชนเป็นเรื่องน่ายกย่อง

จริงๆ นะไม่เชื่อลองเปิด
ASTV ดูดิ๊

นอกจากนั้น

ก็มีกิจกรรมที่อยากทำจริงจังมาตั้งนานแล้ว

นั่นคือการไปฟิตเนส

ฮ่าๆ

ไปฟิตเนสมาในบ่ายของวันอาทิตย์ที่ควรนอนนิ่งๆ อยู่กับบ้าน

หนุกหนาน

วิ่ง ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ

ได้ยืนเส้นยืดสาย

เป็นฟิตเนสของ
Clark Hatch ที่โรงแรมวินเซอร์ สุขุมวิท

เพื่อนสุดซี้ที่ชอบออกกำลังกายชักชวนไปผอม

เราเลยจัดให้เพื่อนเสียหน่อย

แถมป้าคนที่ปั่นจักรยานข้างๆ เราวันนี้บอกว่าป้าเพิ่งลดไป 10 โลภายในหนึ่งเดือน

หนูน่ะลดง่าย ฮ่าๆ

โอ้ อั้มก็อั้มเหอะ จังหวะนี้

ว่าแต่

ตอนนี้เค้าปวดขาสุดๆเลย

 

เหมือนมายืนอยู่ในจุดที่อ่อนแอที่สุดอีกครั้งหนึ่ง

แน่นอนที่ร้องไห้จนตัวโยนแล้วก็รู้ได้ว่าเรายังไม่แข็งแรงพอจะเจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆ

ชีวิตใช้จ่ายอย่างไม่ง่ายเลย...

หัวใจเราเต้นช้ามากกับบางภาวะที่เหมือนโดนเหยียบที่ละนิดๆ

เมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นช่างภาพฝีมือดีคนหนึ่ง

เรายอมรับและเรียกเขาในฐานะของพี่ร่วมงาน

แต่เมื่อวานมีเรื่องเข้าใจไม่ตรงกันเกิดขึ้น

ภาษาที่เขาใช้ ท่าทีและสายตาสร่างเหล้าที่มองหน้าเรา

มันทำให้เราเสียความรู้สึก...อย่างรุนแรง

การพูดจาตรงไปตรงมาเป็นเรื่องที่ดี

แต่การให้เกียรติเพื่อนร่วมงานอาจเป็นเรื่องที่เราควรจำใส่ซีรีเบรั่มไว้ด้วย

จากเหตุการณ์เมื่อวาน ทำให้เราก้มหน้าทำงานแล้วขับรถกลับบ้านไป

ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังส่องแสงรำไรที่ท้องฟ้า

ร้องไห้ไปตลอดทาง

อ่อนแอซ้ำซาก

ตาพร่ามัวไปหมด 

พอถึงบ้านก็ล้มตัวนอนนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น ไม่รับโทรศัพท์ ได้แต่ฟังเสียงลมหายใจของตัวเอง

ไม่ได้คิดว่าตัดสินใจผิดที่เลือกทำในสิ่งที่รัก

แต่การโดนดูถูกจากเพื่อนร่วมงานที่พูดตรงไปตรงมาคนหนึ่ง

สำหรับเรามันเจ็บปวด

จนไม่สามารถเล่าเรื่องต่างๆ ผ่านไดอารี่ได้เลย

กลางดึกพี่หัวหน้าช่างภาพโทรมาด้วยความเป็นห่วง

เราก็ร้องไห้อีกครั้ง ร้องไห้ที่เขาใส่ใจเราทั้งที่เขาไม่ใช่หัวหน้างานเราโดยตรง

และเมื่อเช้า การเผชิญหน้าเริ่มต้นอีกครั้ง

มีบางคำพูดที่พูดออกมาแล้วทำเราอึ้ง เงียบ และยังคงเจ็บปวด "พี่ว่าอ้อไม่มืออาชีพ"

 

พี่ส้ม หัวหน้ากองฯเรียกเข้าไปคุย เราเข้าใจพี่ส้มว่าคนตรงกลางมันลำบาก

แต่ในขอบเขตความรับผิดชอบ พี่ส้มจะคลี่คลายทุกอย่างได้

พี่ส้มบอกว่า

"พี่ไม่ได้เข้าข้างใครและพี่ก็ไม่อยากให้อ้อท้อ

อะไรที่เขาพูดก็จำใส่ใจเฉพาะในเรื่องงาน เรื่องอื่นๆ ก็ทิ้งมันไป

ทุกคนมีความคิดไม่เหมือนกัน และพี่กับพี่หัวหน้าช่างภาพกำลังหาทางแก้อยู่"

น้ำตาแอบซึมๆ  

สำหรับเราตอนนี้ เราไม่ได้ร้องไห้สุดขีดเหมือนเมื่อวานแล้ว

แม้ว่าดวงตาจะแดงก่ำและปวดดวงตาไปหมด

แต่พอวันนี้ได้คุยกับพี่กร เจ้านายที่ยังคงเป็นเจ้านายอยู่วันยันค่ำอีก

พี่กรไม่ใช่คนหล่อที่พูดได้แต่เรื่องหล่อๆ

แต่พี่กรพูดมาหนึ่งคำทำให้เรายิ้ม

"แกเป็นมือสมัครเล่นที่เก่งที่สุดในโลกก็พอ ไม่ต้องไปสนเรื่องมืออาชงอาชีพอะไร ใครจะเป็นมืออาชีพก็ช่าง"

หล่อมั้ย? ล่ะ 

ตอนนี้สภาพเราดูไม่ได้เลย 555 ตาแดงราวซอมบี้  ไม่เหลือเค้าโครงอ้อ พัชราภาเล้ย

 

edit @ 4 Jul 2008 17:29:24 by oonarak

edit @ 4 Jul 2008 18:44:48 by oonarak

ก็เราอยากอ่าน

posted on 02 Jul 2008 22:50 by oonarakja

ตลกดี

ที่มานั่งอึ้งๆ อยู่ที่โต๊ะทำงานที่บ้าน

หลังจากที่จำบทสนทนาสั้นๆ ภายใต้แสงดาวตอนนั้นไม่ได้เลย

555

ตลกตัวเอง

จำได้ว่าใจเต้นแรง พูดไม่ถูก

แล้วก็ยิ้มแก้มแทบจะปริ

ตะกุกตะกักไปหมด

โอยๆ

ยังเขินจน ณ บัดนี้

จำได้คร่าวๆ ว่าเขาชวนไปไหนสักที แล้วด้วยความเขิน

ตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งที่ใจอยากไป

ฮา

แล้วก็ถามเขาว่า ถ้าว่างๆ ช่วยนับโปสต์การ์ดให้หน่อยว่ามีเท่าไหร่แล้ว(ส่งให้ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย)

เขาตอบเราว่าเยอะมาก ว่าจะสร้างบ้านไว้เก็บโปสต์การ์ดเราโดยเฉพาะ

เง้ออออออออออ

เราเลยตอบ...งั้นเลิกเขียน 5555

เขาเลยตอบ...ก็เราอยากอ่าน

เง้อ

............

เง้อ วันนี้ไปสัมภาษณ์ป้านกแก้วคนเก็บขยะที่ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ที่เก็บเช็คราคา 2 ล้านได้ระหว่างกวาดถนน

ป้าแกเล่าไปน้ำตาซึมไป

แกตอบมาว่าดีใจที่ได้ทำความดี...

เราฟังก็อึ้งต้องเอามือจับมือป้าไว้

รอยตีนกา กับรอยยิ้มแบบซื่อๆ น่ะ มันพูดไม่ออกเลย

เราเข้าใจป้าแกนะ แม้ผ.อ.เขตจะตอบแทนป้าด้วยเงินเพียง 1,686 บาท

แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้น คือป้าแกยิ้มบนรอยน้ำตาด้วยความสุขใจยิ่ง

55 ปีที่ผ่านมา ช่างมีความหมายในเวลานี้

..............

สรุปว่าไฟล์ทบินตรงไปญี่ปุ่นเต็ม เราต้องไปเกาหลีก่อน

โอยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ค่าตั๋วเครื่องบินเพิ่มมาเป็น 9,000 กว่าบาท

แต่ก็โอนะ ได้เที่ยว 2 ประเทศเลย

ไม่คิดอยากไปเกาหลี แต่อาจจะชอบมันก็ได้

เหมือนที่ไม่ชอบฮ่องกงเลย แต่ก็ชอบอ่าวแสงสวยๆ ที่นั่น

อย่างหมดหัวจายยยยย

 

ยังเขินอยู่จน ณ บัด นาว

ไปดีกว่า