1 นาทีอาจจะพอ

posted on 25 Nov 2009 16:23 by oonarakja

 

กลับจากทริปเกาะช้างมาได้ 2 วันแล้ว ถ้ามีคนมาถามว่าเป็นทริปที่ประทับใจหรือเปล่า ก็คงตอบได้ไม่เต็มปาก

ถ้าตอบได้แน่ๆ คือประทับใจทีมนิสสัน ทีมออร์กาไนซ์ ทีมจัดงาน พี่ๆ ทีมขับรถมากๆ แล้วก็โรงแรม The Deva (เดอะ เทวะ) ก็ไฮโซเสียเหลือเกิน ได้นวดตัวด้วย เป็นการนวดในสปาด้วย เป็นครั้งแรกในชีวิต กลับมากรุงเทพรู้สึกว่าเหมือนโดนต่อยมาเลย เจ็บเนื้อเจ็บตัวจนไข้กิน 555 แต่ก็ต้องขอบพระคุณที่ได้มีโอกาสเปลี่ยนที่นอนและตื่นเช้าในเตียงนุ่มที่ไม่ใช่โซฟาลายจุดในห้องหนังสืออย่างที่เคยเป็นมาทุกวัน

เอาเป็นว่าที่พูดไม่เต็มปากว่าประทับใจมากไหมคงเป็นเรื่องบรรยากาศของเกาะ เพราะเกาะช้างที่จินตนาการไว้ตลอด 27 ปีผ่านมา น่าจะเงียบและมีร้านสะดวกซื้อน้อยกว่านี้ แต่เกาะช้างที่ได้เห็นกลับเต็มไปด้วยเซเว่น ผับบาร์ สาวนั่งดริ้งค์ ช้าง (เออเนอะ เกาะช้างก็ควรมีช้าง) 555 ฯลฯ 

เฮ้อออ ออออ เกาะช้างหลายปีก่อนมันต้องเงียบกว่านี้แน่ๆ เลย

 

แต่ก็ชอบ ชอบทะเลตอนที่ดาวโปรยปรายเต็มท้องฟ้า อากาศเย็นๆ ที่ปะทะตัวมาทำให้ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเลย ชิลล์มาก ยิ่งตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลสีสวย สวยจนอยากมองนานๆ อยู่ตรงเส้นขอบฟ้านั้น

:3

พอกลับมาจากทริป เมื่อวานต้องแวะไปงานเปิดตัวอัลบั้มพี่บี - พีระพัฒน์ สำหรับเราแล้วพี่บียังร้องเพลงเพราะเสมอ

แม้คนที่เลือกให้ไปด้วย จะเป็นคนที่ทำให้เพลงพี่บีหลายเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงพูดตรงๆ สิ่งที่เธอไม่เคยรู้ ดินแดนแห่งความรัก ความจริงในใจ ฯลฯ ทำเราน้ำตาซึมแล้วซึมอีกมาโดยตลอด จนในอัลบั้มใหม่นี้ เพลงชื่อนาฬิกา (ที่อัพไว้ในเอนทรี่ก่อน) http://oonarakja.exteen.com/20091112/entry

ก็ยังทำให้โลกเราเหวี่ยงแรงอยู่ดี 

และตอนที่ร้องเพลงนี้อย่างสุดเสียง ความโรแมนติกที่ตั้งใจจะเกิดขึ้นก็ไม่กล้า แต่ก็ทำได้เพียงกระซิบบอกเขาไปว่า

"เราคงต้องใช้ทั้งชีวิตของเราล่ะนะ" เขายิ้ม

ระหว่างที่ขับรถกลับบ้านไปปั่นต้นฉบับต่อ 

เราเปิดเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายรอบ เจ็บหรือเศร้าหรือเปล่าไม่แน่ใจ

แต่ที่แน่ๆ มันยิ่งมีความหมายมากขึ้นเมื่อพี่บีบอกในงานเปิดอัลบั้มว่าคนแต่งเพลงนี้

เขาชื่อ...ประภาส ชลศรานนท์ 

 


นาฬิกา - บี พีระพัฒน์

edit @ 25 Nov 2009 16:56:17 by Oonarak^^'

ทะเลแรกในฤดูหนาวของปีนี้

ไม่เคยเห็นทะเลที่นี่มาก่อนเลย

นี่เป็นเกาะช้างครั้งแรกในชีวิต

 

 

ภาพนี้ถ่ายระหว่างเดินทางบนเรือเฟอร์รี่ แสงพระอาทิตย์ค่อยๆ ดับลง

มาถึงเกาะที่ไม่เคยเหยียบเยือนมาก่อนในชีวิตโดยสวัสดิภาพ

 

กินข้าวเย็นในรีสอร์ตหรู  และดูฝรั่งหนุ่มจูงมือกัน

ริมทะเล ยามราตรีเช่นนี้ น้ำทะเลลดลงไปสุดลูกหูลูกตาเลย

ทะเลเป็นสีดำ ทำให้ดาวในฤดูหนาวยิ่งดูสวยงาม

มันระยิบระยับอยู่บนหัวเรา ใกล้มาก เหมือนจะเอื้อมถึง

 

ชอบประโยคหนึ่งในหนังสือที่หยิบใส่กระเป๋ามาที่นี่

"เรามีความสุขที่ได้คิดเช่นนี้ และอยากให้ความสำคัญกับความรู้สึกนี้"

edit @ 22 Nov 2009 00:04:02 by Oonarak^^'

เมื่อวานเป็นวันเสาร์แต่ต้องไปทำข่าวงานๆ หนึ่ง

งานนี้อีโก้ เพื่อนหนุ่มโรคจิตหนึ่งในขณะก่อตั้งนิตยสารต้าเจียห่าวจัดมาให้

นี่เป็นครั้งแรก และเป็นการทำงานที่เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกดี การได้ไปร่วมงานไตรกีฬา ที่ฝรั่งมังค่าเรียก
Extream และ Adventure ที่สนามแข่งขันคือโรงเรียนนานาชาติเกาหลี ย่านหนองจอก (เกือบถึงฉะเชิงเทรา) แล้ว แต่โชคดีที่มันอยู่ใกล้บ้านเรามากขับรถเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึง

และความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของพื้นที่หนองจอก ทำให้เห็นว่าที่นั่นกลิ่นดินยังหอม และลำคลองยังสวย บรรยากาศในการแข่งขันจึงเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม

อย่างที่บอกแต่แรก ว่านี่เป็นครั้งแรก แต่การได้สปีคอิงลิชกับฝรั่งตาน้ำข้าวก็ทำเราเคอะเขิน แต่งานก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ทีมงานที่ดิวกับเราโดยตรงน่ารักมากแต่ทีมงานคนอื่นที่ไม่ได้ดิวงานกะเรา (ดิวกับทีมรายการทีวี) เป็นคนเยอะมาก เยอะจนเรารู้สึกเลยว่าถ้าต้องทำงานกะคนแบบนี้ เราเป็นบ้าแน่ๆ 555

ขำว่ะ

เอารูปมาฝาก เอาไว้โอกาสหน้าถ้าใครชอบกีฬาประเภทนี้ เรียนเชิญนะคะ

เพราะสิ่งที่เราเห็นจากการไปทำงานครั้งนี้คือ มิตรภาพ ทั้งคนต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ในไทยเอง คนในพื้นที่ คณะผู้จัดงาน ทุกคนต่างมีความสุข

มันเหมือนกับว่าถ้าเสาร์ - อาทิตย์ เราไม่รู้จะทำอะไร มาสมัครลงแข่ง นอกจากร่างการจะแข็งแรงแล้ว เรายังมีเพื่อนใหม่ๆ ให้รู้ว่าโลกยังไม่กว้างเกินไปนัก โลกยังเปิดโอกาสให้เรารู้จักสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ เสมอ

เมื่อวานตื่นตั้งแต่ตี 5 และกลับมาถึงบ้านตอนราวทุ่มหนึ่ง เป็นการทำงานที่เหนื่อยและยาวนาน แต่ก็มีเรื่องให้ชุ่มชื่นตอนที่โทรไปหาคนๆ หนึ่งเล่าเรื่องที่เจอให้ฟัง

คุยสนุกสนานเฮฮา มีหลายเร่องที่คุยแล้วมีประโยคหนึ่งที่คุณถามกลับมาว่า "แล้วเราต้องทำยังไงบ้าง?"

เราตอบประโยคคำถามข้างต้นไปว่า "แค่ทำตัวดีๆ กับเราก็พอแล้ว"

เฮ้อ