ไปทำงานที่โอซาก้ามาค่ะ
เป็นการทำงานที่ต้องบอกตรงๆ เลยว่าไม่คิดว่าจะชอบโอซาก้ามาก่อนเลย
รู้สึกว่าการไปในที่ๆ มันเป็นเมืองที่พลุกพล่านมากๆ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ
แต่ก็ต้องไปทำงาน ก็เลยไม่มีเงื่อนไขอื่นนัก

เราไปถึงโอซาก้าก่อนช่วงซากุระบานหนึ่งอาทิตย์ค่ะ
ตื่นเต้นอยู่บ้างเล็กน้อย อากาศเย็นๆ ต้อนรับเราอยู่ที่ 13 องศาค่ะ ลมแรงเหมือนกันดีที่เตรียมรองเท้าอุ่นๆ ไป
วันแรกยังพอมีเวลาฟรีๆ ให้เดินชมเมืองเราไปกับน้องที่เป็นล่าม พูดและอ่านภาษาญี่ปุ่นได้ก็เลยราบรื่นหน่อย

เราสองคนตัดสินใจไปเดินเล่นที่ย่าน Osaka Shinsekai เหมือนเป็นย่านเที่ยวกลางคืน ที่นี่จะเห็นหอคอย Tstenkaku ด้วย ชอบที่นี่ตั้งแต่เซิร์ชหาข้อมูลเรื่องโอซาก้า แต่เรากลับไม่ตื่นเต้นกับป้ายกูลิโกะที่ย่านนัมบะเอาเสียเลย พอได้ไปถึงย่านชินเซไกก็สนุกสนานมากๆ เพราะเริ่มชอบโอซาก้าตรงที่มีรายละเอียดน่ารักๆ เต็มไปหมด แม้กระทั่งเสาทางด่วน ยังเพ้นท์เป็นรูปการ์ตูนเรื่องคินนิคุแมนเลย แถมป้ายร้านรวงต่างๆ ก็น่ารักกุ๊กกิ๊กเก็บรายละเอียดมากๆ เลยนิ





หลังจากนั้นช่วงบ่ายเราต้องเริ่มทำงานกันก็คือการไปตลาดปลาใหม่ล่าสุด นั่งเรือผ่านย่านสำคัญของเมืองสิ่งที่เราเห็นระหว่างทางคือโอซาก้าเป็นเมืองเก่าที่รุ่งเรืองมากในสมัยเอโดะ ตืกโบราณก็ยังคงสวยงาม ส่วนที่เพิ่มเติมคือความเป็นศิลปะที่น่ารักในทุกอณู



วันต่อมา 
คือไฮไลต์ของการมาโอซาก้า นั่นคือการเข้าไปที่ Universal Studios Japan 

สารภาพอีกครั้งว่าเฉยๆ กับสวนสนุกอะไรทำนองนี้ แต่พอได้เข้าไปเยือนเท่านั้น ยอมเลยค่ะ
น่ารักไปหมด แถมยังเห็นได้ชัดถึงความปลอดภัย และความเป็นระเบียบที่คนญี่ปุ่นมีไม่แพ้ชาติใดในโลก
การได้เล่นเครื่องเล่น หรือการได้เข้าไปในร้านอาหารที่มีคาแรกเตอร์การ์ตูนแต่ละตัวชัดเจนนั้นเป็นเสน่ห์ของที่นี่มากๆ ถ้ามีโอกาสมาเยือนโอซาก้าแนะนำว่าต้องมาที่นี่สักครั้ง...
"รอยยิ้มของคนที่เดินสวนเรา เสียงหัวเราะเบาๆ ความอลังการของสิ่งปลูกสร้าง"
ทำให้เราเองหลงใหลที่นี่อยู่ไม่น้อยเลย อยากพาเพื่อนสนิทที่ชอบ และคนที่เรารักมายืนอยู่ด้วยกันที่นี่...


ครั้งหน้าจะพาไปเที่ยวจังหวัดวากายาม่ากันค่ะ




คิดถึงไดอารี่ และความทรงจำเก่าๆ ขึ้นมา
หลังจากไปดูหนังเรื่องอัลเทอมาจีบเมื่อคืนนี้  
กลับมาล็อคอินเข้าไดอารี่ตัวเอง พาสเวิร์ดยังคงเหมือนเดิม
แต่มีหลายสิ่งเปลี่ยนไปแล้ว

"ระหว่างเราสองคน อยากรู้มันคืออะไรมันใช่ความรักหรือเปล่า
หรือฉันเหงามากไป แค่ความอ่อนแอในใจของฉันหรือเธอเข้ามาด้วยความตั้งใจ
เพื่อให้ตัวฉัน ได้พบกับความรัก เธอตอบได้ไหม" 




ถ้าเป็นเมื่อก่อน สมัยที่แอบชอบเพื่อนคนนึงมากๆ ถ้าฟังเพลงนี้คงตายไปเลยเหมือนกัน 
เพื่อนคนนั้นเป็นนักดนตรีเหมือนในหนังด้วยนะ
อิน แต่ไม่ฟูมฟาย 555

ตอนนี้มีความสุขกับสิ่งที่มีในทุกๆ วัน
ต้องขอบคุณชีวิตที่ผ่านมา
มันเป็นบทเรียนที่ทำให้หลายๆ อย่างในร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นมาก
มีเรื่องให้คิดทำสนุกๆ มีงานหนังสือที่เรารัก
มีครอบครัวที่อบอุ่น มีหัวใจที่เต้นแรงพอจะมีคุณค่า ได้รัก และถูกรักจากใครสักคน...
 

edit @ 26 Mar 2015 14:18:58 by Oonarak^^'

ขอบคุณและขอบคุณ ---

posted on 24 Aug 2013 17:34 by oonarakja
ขอบคุณทุกๆ วันในชีวิตที่เคยมีเธอ
ขอบคุณที่ทำให้ได้เจอช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่
ขอบคุณสำหรับความรักที่ให้เธอและไม่เคยคิดจะมอบให้ใคร
ขอบคุณที่ได้ใช้วันเวลาในชีวิตช่วงหนึ่งไปด้วยกัน
ขอบคุณครอบครัวของเธอ
ที่ทำให้ฉันได้พบเจอกับความสมบูรณ์เหล่านั้น
ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้เห็นโลกใบที่เปลี่ยนไปทุกวัน
ขอบคุณบ้านที่คิดว่าเธอจะอยู่ด้วยกัน ทุกวันตลอดไป

ขอบคุณและขอบคุณ ---
ความอบอุ่น ความสุข และความรักที่เคยคิดว่าตัวเองโชคดีกว่าผู้หญิงคนไหนๆ
สำหรับข่าวที่เธอมีใครใหม่ในวันนี้ แล้วภาพของเราที่มีค่อยๆ จางหายไป
ฉันจะเข้มแข็งให้ได้นะ แม้จะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน...ฉันสัญญา

เป็นวันที่กลับมาร้องไห้กับตัวเองในห้องทำงานที่คนเยอะแยะอีกครั้ง
เป็นความเจ็บปวดที่พูดไม่ออก
มันจุกอยู่ในก้อนเนื้อข้างซ้าย ที่เราเคยปล่อยให้มันเต้นแรงอยู่กับใครหนึ่งคน
วันที่รู้สึกแบบนั้นจะไม่มีอีกแล้ว...


เจ็บปวดกับสิ่งที่มีอยู่

รู้ทั้งรู้ว่า เราจะผ่านมันไปได้
แต่ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเราจะมายืนอยู่บนหน้าผาที่ไม่มีใคร
จากวันที่หัวใจ และมือข้างซ้ายเคยมีกัน
เจ็บปวดกับทุกวันที่ยังมีร่องรอยของการมีเธอ
ฉันพยายามอยู่เสมอ ที่จะอยู่ให้ได้กับภาพจำเหล่านั้น
ฉันไม่ได้เป็นคนที่เข้มแข็งมากมายในคืนวัน
ยังร้องไห้เสียงดัง และยังกลัวความมืดของพระจันทร์ที่ไม่มีเธอ
วันนี้เคยเป็นวันพิเศษของฉัน
วันที่ มีความหมายสำหรับผู้ชายคนนั้นเสมอ
วันพิเศษที่จะไม่พิเศษอีกแล้วตลอดการเดินทางที่ฉันต้องพบเจอ
สุขสันต์วันเกิดนะ ขอให้ความสุขเป็นสิ่งที่อยู่กับเธอและไม่มีวันปล่อยมือเธอไป
ฉันเองก็จะอยู่ให้ได้กับคืนวัน
รู้ทั้งรู้ว่า พระจันทร์ยังไม่ทิ้งกันไปไหน
หน้าผาที่ฉันยืนขาสั่นอยู่ ก็จะมีแต่ฉันไม่มีใคร
และฉันเชื่อว่าตัวเองจะแข็งแรงกว่านี้ให้ได้ในสักวันนึง.

กลับมาแล้วจ้า

posted on 08 Jul 2013 18:27 by oonarakja


ไม่ได้แวะมานาน
ย้อนกลับไปดูกลับมาบล็อกครั้งสุดท้ายเดือนมิถุนายนปีที่แล้วแหนะ
ตลอดปีที่ผ่านมามีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างค่ะ
ได้เดินทาง ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้ร้องไห้ ได้เหงา ได้โดดเดี่ยว ได้ทำงานที่หลากหลาย
ลาออกจากพนักงานประจำ และดำรงตนเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ที่มีความสุข...
ผ่านอะไรมาตั้งเยอะ
ผ่านมาได้
และพยายามจะผ่านไป


ขอบคุณที่ความคิดถึงพาตัวเองกลับมา
ขอบคุณที่ยังมีหัวใจไว้เต้นแรง...เพื่อใครสักคน
ที่เห็นความหมายของมันจริงๆ