ยังคงชอบชื่อหนังสือ 'ดวงตาของคนที่เรารัก' อยู่ดี แล้วยิ่งพอพลิกอ่านไปจนเกือบจบเล่มก็ยิ่งตกหลุมรักเรื่องราวของคุณตานักจิตวิทยาและหลานชายออทิสติกที่ชื่อ...แซม

เรื่องราวในหนังสือทำให้เราดำดิ่งลงไปในหัวใจที่อ่อนโยน เราเสียน้ำตาไปกับบางประโยคที่พูดถึงความสัมพันธ์อันงดงามที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของคุณตาในหลายต่อหลายเรื่อง...

ในเครื่องหมายคำพูด “” ต่อจากนี้คือประโยคที่เราอ่านแล้วชอบมาก จนต้องขีดเส้นใต้ไว้

“นับจากวินาทีที่แซมลืมตาดูโลก ผมรู้ทันทีว่าผมอยากจะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตและความรัก ทั้งยังสอนให้แกเข้าใจถึงความหมายของการมีพ่อแม่ที่เป็นมนุษย์ผู้เปราะบาง” เราชอบ สิ่งที่ตาพยายามจะบอกหลานชายตัวน้อยถึงความเปราะบางของมนุษย์สองคนที่มีอยู่จริงในโลกนี้ เราสัมผัสได้ถึงความเปราะบางในตัวคนสองคนที่กำลังเปลี่ยนเป็นสาม และการเปลี่ยนแปลงของคำว่าคู่รักมาสู่คำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์

คุณตาพูดถึงประโยคของแอนดรูว์ ลอยด์ เว็บบเบอร์ ที่พูดว่า “ความรักเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง” ^o^ มันคือเรื่องราวจริงแท้และสามัญมาก เมื่อความรักเข้ามาในชีวิตใคร มันจะเปลี่ยนแปลงเราได้จริงๆ

มีประโยคในงานเขียนชิ้นนี้ “ตารักหลานทุกชั่วขณะของทุกวัน และตารักหลานเพราะหลานเป็นผู้นำความสุขมาสู่ลูกสาวของตา” โอยยยยย ลองนึกภาพตามดูสิ ถ้าพ่อของเราบอกกับหลานอย่างนี้ เราจะกอดพ่อแน่นแค่ไหน

หรือประโยคสั้น-สั้นมากที่เราต้องขีดเส้นใต้ไว้ด้วย “แซม ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกนะ”

“โลกนี้เป็นสถานที่ปลอดภัย หากทุกคนที่รู้สึกอ่อนแอจะเปิดสัญญาณไฟกระพริบที่บอกว่า ...ฉันมีปัญหาและกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ” อ่านถึงวรรคตอนนี้แล้วทึ่งมากเลย ชอบวิธีคิดแบบนี้ เพราะความอ่อนแอไม่ได้แปลว่าเราพ่ายแพ้นี่ หรือคำขอโทษก็ไม่ได้หมายความว่าเราสูญเสียความเป็นตัวเองไปหมดทั้งจิตวิญญาณของเราสักหน่อย 

“เวลาที่ตาอยู่ในอุโมงค์มืดมิด ตาอยากอยู่กับคนที่รักตามากพอที่จะนั่งอยู่นความมืดด้วยกัน ไม่ใช่คนที่ยืนอยู่ข้างนอกคอยบอกวิธีออกจากอุโมงค์ให้ตาฟัง ตาคิดว่านั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการ” เราต้องการคนแบบนี้จริงๆ นะ

:3

นับว่าเป็นความดีงามของคนแปลด้วย ที่ถ่ายทอดเรื่องราว มุมมอง และทัศนคติง่ายงามของคุณตาผู้พิการทางร่างกายแต่หัวใจแข็งแรงท่านนี้ออกมาจนทำเรานิ่งงันไปกับเรื่องราวหลายๆ บท 

ทำให้เรานึกถึงหลานรักของเราทั้งออมสิน หลานชายจอมซน และเอวา สาวน้อยที่เกิดที่อเมริกา ดวงตาของคนที่เรารักมันสวยงาม บริสุทธิ์และส่องสว่างมาก และพาลให้เรานึกถึงดวงตาของคนทุกคนที่เรารัก เราอยากให้คนเหล่านั้นได้อ่านหนังสือเล่มนี้
อยากให้มานั่งทบทวนชีวิตแสนเปราะบางหลังจากนี้ไปด้วยกัน...

Comment

Comment:

Tweet

“ตารักหลานทุกชั่วขณะของทุกวัน และตารักหลานเพราะหลานเป็นผู้นำความสุขมาสู่ลูกสาวของตา”

ชอบเหมือนกัน และก็อยากให้ผู้ชายทุกคน มีความอ่อนโยนเยอะๆ ด้วยครับ ส่วนความเข้มแข็ง อดทน ทนง ฯลฯ ลดๆ ลงกันเยอะๆ

#2 By นายบัวบก (110.171.26.80) on 2011-01-20 19:05

บางทีการยอมรับว่าเราเปราะบาง เราอ่อนแอ เราคือคนธรรมดา เรามีจุดด้อย การยอมรับในสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องยากของใครหลายๆคน

ผมนับถือกับการที่เขายอมรับกับสิ่งเหล่านี้และเห็นถึงความสำคัญของการเอื้ออาทรต่อกัน เพื่อเติมในส่วนที่ขาดไปของกันและกัน